แถลงการณ์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ(คปส):”เรียกร้องสังคมไทยต้าน คมช หยุดคุกคามเสรีภาพ”

แถลงการณ์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)


แถลงการณ์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)

“เรียกร้องสังคมไทยต้าน คมช หยุดคุกคามเสรีภาพ”

ในวันที่ 10 มกราคม 2549   การที่ พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล เลขาธิการ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  (คมช.) พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เชิญผู้บริหารสื่อ ซึ่งมีทั้งสื่อโทรทัศน์และวิทยุ จำนวนประมาณ 50 คน จากสถานีโทรทัศน์ทุกช่องและผู้บริหารสถาวิทยุของรัฐรวมทั้งสถานีวิทยุชุมชน มาร่วมหารือถึงแนวทางการนำเสนอข่าวที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อขอร้องให้สื่อวิทยุโทรทัศน์ หยุดนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และ แกนนำพรรคไทยรักไทย ด้วยการพูดว่า  “อุตส่าห์เปลืองตัวแก้ปัญหาชาติ แต่สื่อทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ออกข่าวให้อดีตนายกฯ แก้ตัว” อีกทั้งมีการกล่าวว่า  “ถ้าไม่เชื่อฟังก็ให้ตัดรายการออกไปจากสถานี ถ้าท่านใช้วิจารณญาณไม่เหมาสม ผมจะใช้วิจารณญาณของผมช่วยท่านบริหารงานเอง ถ้ามีความจำเป็นและถ้ามีเหตุการณ์อย่างกรณีวันที่ 31 ธันวาคม เราได้เตรียมการณ์ที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดไว้แล้ว ใครจะว่าเผด็จการก็ว่าไป การที่คนทำผิดแล้วยังไม่สำนึกอีกก็ต้องใช้ไม้แข็ง” ตามที่เป็นข่าวแล้วนั้น 

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการข่มขู่ คุกคาม สิทธิเสรีภาพและการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน อย่างชัดเจนอุกอาจผ่านการใช้อำนาจรัฐทางตรง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ส่งผลให้สิทธิเสรีภาพสื่อถอยหลังลงอย่างมาก   

เพราะการใช้ท่าทีดังกล่าวสะท้อนถึงความคับแคบและลุแก่อำนาจของ คมช.  ไม่ต่างอะไรจากสิ่งที่รัฐบาลทักษิณได้กระทำมาแต่ย่อมมีผลกระทบในทางลบยิ่งกว่า เพราะเป็นการใช้อำนาจรัฐคุกคามแบบตรงไปตรงมา เปิดเผย โดยไม่ต้องซ่อนเร้นหรืออ้อมค้อมใดๆ ดังนั้นการกลับไปใช้อำนาจทางตรงแบบที่เคยเป็นมาในยุคเผด็จการเช่นนี้ นับเป็นการย้อยยุคไปสู่มาตรฐานแบบเก่าซึ่งจะนำไปสู่วงจรวิกฤติทางการเมืองอีกครั้งอย่างแน่นอน 

สื่อวิทยุโทรทัศน์ของรัฐ ในเชิงโครงสร้างขาดความเป็นอิสระและควมคุมตัวเองมากพออยู่แล้ว ถ้าผู้มีอำนาจรัฐปัจจุบันแสดงท่าทีคุกคามอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ย่อมจะส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมตกต่ำลงถึงที่สุดอีกครั้ง  อีกทั้งเท่ากับเป็นการจงใจ ปิดหู ปิดตา ปิดปาก และยั่วยุ ท้าทาย สิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน  

คปส. เห็นว่าการแสดงอำนาจของ คมช. เช่นนี้ สมควรต้องได้รับการคัดค้าน ต่อต้านจากประชาคมสื่อและสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ก่อนที่เราจะปล่อยให้สถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ อีกทั้งเป้าหมายต่อไปของ คมช คือการคุกคามสื่อหนังสือพิมพ์ที่เริ่มแสดงจุดยืนแตกต่างทางการเมือง หลังจากที่ คมช ได้พยายามควบคุม สื่อวิทยุ-โทรทัศน์ วิทยุชุมชน สื่ออินเตอร์เนทและการแสดงออกของประชาชนที่มีจุดยืนคัดค้านการรัฐประหารมาแล้ว 

สิทธิเสรีภาพของสื่อ และ เสรีภาพของประชาชน คือพื้นฐานสำคัญของการปฏิรูปการเมืองและการฟื้นฟูประชาธิปไตย สื่อต้องมีอิสรภาพจากทุกอำนาจรัฐ และสามารถแสดงจุดยืนที่แตกต่างจากกลุ่มปัจจุบันอำนาจได้อย่างเปิดเผย โดยปราศจากการถูกข่มขู่ คุกคามและตกอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความกลัว เช่นในปัจจุบัน 

คปส. เชื่อว่า การไม่เคารพในเสรีภาพของสื่อและประชาชนของอำนาจรัฐใดๆ ย่อมนำไปสู่จุดจบของอำนาจรัฐนั้นๆทุกยุคทุกสมัย และจะนำไปสู่การลุกขึ้นต่อสู้ของประชาชน ในท้ายที่สุดเสมอ

ด้วยความเชื่อมั่นในเสรีสื่อ เสรีประชาชน

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)

11 มกราคม 2550