แถลงการณ์สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) เรื่อง:การคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน

แถลงการณ์สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)
เรื่อง:การคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน


 แถลงการณ์สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.):เรื่อง การคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ได้เชิญผู้บริหารสื่อมวลชนทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และวิทยุชุมชน เข้ามาหารือ เพื่อขอความร่วมมือ มิให้แพร่ภาพและกระจายเสียงข้อความหรือแถลงการณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำของพรรครัฐบาลที่ผ่านมา และหากมีผู้จัดรายการใด นำเสนอข้อความในลักษณะดังกล่าว ขอให้ผู้บริหารถอดรายการนั้นๆออกจากผังรายการ ถ้า สื่อมวลชนใช้วิจารณญาณไม่เหมาะสม คมช.จะใช้วิจารณญาณช่วย ในบริหารงานเอง

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) มีความเห็นและข้อเรียกร้องต่อสังคมไทยต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1.การปรึกษาหารือดังกล่าวเป็นการไม่เคารพ เสรีภาพของสื่อมวลชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์บ้านเมือง ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลว่า สื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพ และมีดุลพินิจในการใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็น และประชาชนผู้รับสารจะเป็นผู้วินิจฉัยได้ด้วยตนเองว่าสมควรยอมรับสารที่สื่อมานั้นหรือไม่ 

2.การที่ คมช.แสดงท่าทีด้วยการพูดว่า จะใช้วิจารณญาณของคมช.ต่อสื่อมวลชน โดยอาศัยกฎอัยการศึก มาตรา 11 ที่กำหนดว่า “ห้ามออก จำหน่าย จ่ายหรือแจก ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ภาพ บท หรือคำประพันธ์” และ” ห้ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส่งซึ่งวิทยุ วิทยุ กระจายเสียง “ ย่อมแสดงว่า คมช.กำลังข่มขู่ คุกคาม ว่าจะใช้อำนาจที่มิชอบในการสั่งปิดหนังสือพิมพ์ ในสังคมประชาธิปไตยหากสื่อมวลชนใดได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่สุจริต และละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ย่อมถูกดำเนินคดีในศาล และหาก คมช.เห็นว่า สื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย ก็ควรดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมที่นานาอารยประเทศยึดถือ การขู่ว่าจะใช้กฎอัยการศึกต่อสื่อมวลชนย่อมไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองโดยรวม 

3. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ในสังคมประชาธิปไตย ที่ คมช.ไม่คุ้นเคย รัฐบาลที่มาจากอำนาจรัฐประหารและคณะรัฐประหารย่อมไม่มีอำนาจโดยชอบธรรมในการแทรกแซงมิให้สื่อมวลชนและประชน พูด คิด หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ โดยสุจริต และไม่เป็นการละเมิดศีลธรรม ทั้งนี้เป็นไปตามหลักการที่ได้บัญญัติไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 11 ซึ่งประเทศไทยได้เป็นภาคีแล้ว ที่กำหนดว่า “บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง” และ “บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภท โดยไม่คำนึงถึงพรมแดน ทั้งนี้ ไม่ว่าด้วยวาจา เป็นลายลักษณ์อักษรหรือการตีพิมพ์ ในรูปของศิลปะ หรือโดยอาศัยสื่อประการอื่นตามที่ตนเลือก” 

4. สสส.ขอเรียกร้องให้สังคมไทย ยึดมั่นในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเอกภาพบนความเห็นที่แตกต่างกัน โดยสันติวิธีและให้สังคมไทยอดทนและอดกลั้น ในภาวะไม่ปกติของบ้านเมือง โดยยึดถือหลักการสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสันติภาพ อันจะนำไปสู่ทางออกต่อวิกฤตของบ้านเมือง การที่ คมช. ขอความร่วมมือมิให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวดังกล่าว ย่อมเป็นการตอกย้ำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคมไทย และไม่เป็นผลดีต่อการบริหารบ้านเมือง และไม่เป็นผลดีต่อสังคมไทยในโลกยุคโลกาภิวัตน์

 

แถลง ณ วันที่ 11 มกราคม 2550

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)