คำประกาศวันกองทัพไทย

คำประกาศวันกองทัพไทย


                                                                       คำประกาศวันกองทัพไทย
นับแต่กองทัพไทยสมัยใหม่ก่อตั้งมาร้อยปีเศษ ผลงานอันยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพไทยคือ การทรยศต่อประชาชนด้วยการรัฐประหารอย่างซ้ำซากที่สุดชนิดที่ไม่มีที่ไหนในโลกทำได้ขนาดนี้อีกแล้ว
การยึดอำนาจโดยทหารเมื่อ 19 กันยา 49 เป็นไปได้ด้วยเงื่อนไขทางการเมืองระดับโครงสร้าง คือรูปแบบของรัฐและอุดมการณ์ และการเมืองในระดับสถานการณ์ ที่ถูกสร้างขึ้นก่อนหน้านี้นานนับปีโดยมีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นตัวละครหลัก
การรัฐประหารครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่ามีกลุ่มอำนาจอื่นในการเมืองไทยที่เป็นผู้ควบคุมบงการกองทัพอย่างแท้จริง หาใช่รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่ เมื่อกองทัพมิได้ถูกควบคุมโดยผู้แทนของประชาชนและไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการ/ความจำเป็นของประชาชนและระบอบประชาธิปไตย เราจึงกล่าวได้ว่า กองทัพไทย ณ วันนี้ยังมิใช่เป็นกองทัพของประชาชนอย่างแท้จริง ตราบใดที่กองทัพถูกควบคุมโดยคนนอก ตราบนั้นวงจรอุบาทว์ทางการเมืองของการรัฐประหารย่อมเกิดซ้ำซากไม่สิ้นสุด

เนื่องในโอกาสวันกองทัพไทย(18 มกรา 50) พวกเรามารวมตัวกัน ณ ที่นี้เพื่อยืนยันว่ากองทัพเป็นของประชาชนทุกคนไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใคร กองทัพไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของอดีตผู้นำเหล่าทัพที่มากด้วยบารมี ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของผู้นำเหล่าทัพในปัจจุบัน กองทัพมิได้เกิดขึ้นจากการประทานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์/ผีสางเทวดาที่ไหน หากแต่เกิดขึ้นโดยเจตจำนงค์ร่วมของคนในชาติ ดำรงอยู่ได้ด้วยการสนับสนุนและเงินภาษีของประชาชน แต่ความเป็นจริงวันนี้คือ ผู้นำเหล่าทัพเร่ขายการปฏิวัติรัฐประหารกับนายธนาคารด้วยเศษเงินไม่กี่ร้อยล้านบาท กองทัพจึงไม่ต่างอะไรจากสมบัติส่วนตัวชิ้นหนึ่งของคนเหล่านั้น

พวกเรา ณ ที่นี้ยืนยันว่ามิได้เป็นศัตรูกับทหารทั้งกองทัพ หากแต่พวกเราเป็นศัตรูกับชนชั้นนำบางกลุ่มในกองทัพและระบบโครงสร้างบางอย่างของกองทัพและการเมืองไทยที่ทำให้กองทัพแยกตัวถอยห่างจากประชาชน พวกเรายืนยันว่าต้องทำให้กองทัพเป็นกองทัพของประชาชนอย่างแท้จริงให้จงได้ แม้อดีตที่ผ่านมาจะไม่เคยเป็น

การต่อสู้กับอำนาจเผด็จการด้วยการขับไล่ทหารกลับเข้ากรมกองและจัดการเลือกตั้งจึงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กองทัพกลายเป็นกองทัพของประชาชน สิ่งสำคัญกว่านั้นคือต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับการเมืองและประชาชนเสียใหม่ ด้วยการทำให้กองทัพอ่อนแอทางการเมืองแต่ยังคงเข้มแข็งทางการทหาร นั่นคือทำให้กองทัพหมดศักยภาพในการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองโดยเด็ดขาด อดีตที่ผ่านมาแม้สังคมไทยบางช่วงเวลาจะเป็นประชาธิปไตยพอสมควร แต่สังคมไทยก็ได้เสียโอกาสในการถกเถียงเรื่องนี้มาตลอด แม้แต่ในรัฐธรรมนูญ 2540 ก็แทบไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาตกค้างทางประวัติศาสตร์ ที่รอวันชำระสะสางอยู่

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งที่ผู้ทำรัฐประหารอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็เป็นได้ คือ ผลในท้ายที่สุดของการรัฐประหารครั้งนี้เป็นการขุดหลุมฝังตัวเองของเหล่าผู้นำเผด็จการในกองทัพ กลุ่มอำนาจที่อยู่เบื้องหลังกองทัพ และระบอบอำนาจนิยมโดยทหาร มิให้โงหัวขึ้นมาได้อีกอย่างถาวร เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลได้ตระหนักรู้แล้วและจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คนเหล่านี้จะเป็นคนฝังเผด็จการด้วยมือของพวกเขาเอง กองทัพแห่งความชั่วร้าย จะถูกฝังไว้ ณ สนามหลวงและราชดำเนินแห่งนี้ คงเหลือไว้แต่กองทัพที่รับใช้ประชาชนและระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น พวกเขาจะร่วมกันทำให้ 19 กันยา 49 เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร
ประกาศ ณ หน้ากองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก
21 มกราคม 2550